กัดแก้มตัวเองบ่อย เกิดจากอะไร? เกี่ยวกับการสบฟันหรือไม่?

กัดกระพุ้งแก้มตัวเองบ่อยขณะเคี้ยวอาหาร อาจเกี่ยวข้องกับฟันสบผิดปกติหรือฟันเอียง

เคยไหม? กำลังรับประทานอาหารอยู่ดี ๆ ก็เผลอ กัดกระพุ้งแก้มตัวเอง จนเจ็บหรือเป็นแผล บางคนอาจเกิดขึ้นเพียงครั้งคราว แต่บางคนกลับกัดแก้มซ้ำบริเวณเดิมอยู่บ่อย ๆ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการสบฟันผิดปกติ ตำแหน่งฟัน หรือพฤติกรรมการเคี้ยวอาหาร การเข้าใจสาเหตุจะช่วยให้สามารถป้องกันการบาดเจ็บและดูแลสุขภาพช่องปากได้อย่างเหมาะสม

กัดแก้มตัวเองบ่อย เกิดจากอะไร?

การกัดกระพุ้งแก้มเกิดขึ้นเมื่อเนื้อเยื่อด้านในแก้มเข้าไปอยู่ระหว่างฟันบนและฟันล่างขณะกัดหรือเคี้ยวอาหาร โดยมีปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่

  • การสบฟันผิดปกติ: ฟันบนและฟันล่างสบกันไม่เหมาะสม ทำให้เนื้อเยื่อกระพุ้งแก้มถูกกัดได้ง่ายขึ้น

  • ฟันซ้อนเกหรือฟันเอียง: ตำแหน่งฟันบางซี่อาจทำให้เกิดการเสียดสีหรือกัดโดนกระพุ้งแก้ม

  • การเคี้ยวอาหารเร็วเกินไป: การรีบรับประทานอาหารหรือพูดคุยขณะเคี้ยวอาจทำให้เผลอกัดแก้ม

  • ฟันปลอมหรือครอบฟันไม่พอดี: อุปกรณ์ทันตกรรมที่มีรูปร่างหรือการสบฟันไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บ

  • ความเครียดหรือพฤติกรรมกัดแก้ม: บางคนอาจเผลอกัดหรือเคี้ยวกระพุ้งแก้มขณะใช้สมาธิหรือมีความเครียด

กัดแก้มบ่อยเกี่ยวข้องกับการสบฟันหรือไม่?

การสบฟันผิดปกติ (Malocclusion) เป็นหนึ่งในปัจจัยที่อาจทำให้กัดกระพุ้งแก้มบ่อย โดยเฉพาะเมื่อฟันหลังบนและล่างมีความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม หรือมีฟันบางซี่เอียงเข้าหากระพุ้งแก้ม

การสบฟันที่ผิดปกติอาจทำให้เกิดปัญหา เช่น

  1. กัดกระพุ้งแก้มซ้ำบริเวณเดิมขณะเคี้ยวอาหาร

  2. เกิดแผลหรือการระคายเคืองบริเวณเนื้อเยื่อด้านในแก้ม

  3. รู้สึกเจ็บขณะรับประทานอาหาร

  4. มีรอยสีขาวหรือเนื้อเยื่อหนาตัวจากการเสียดสีเรื้อรัง

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกกรณีของการกัดแก้มที่เกิดจากฟันสบผิดปกติ จึงควรให้ทันตแพทย์ตรวจประเมินตำแหน่งฟันและลักษณะการสบฟันก่อนสรุปสาเหตุ

กัดกระพุ้งแก้มบ่อยจนเป็นแผล อันตรายไหม?

โดยทั่วไป แผลจากการกัดกระพุ้งแก้มเล็กน้อยสามารถหายได้เองภายในประมาณ 1–2 สัปดาห์ หากไม่มีการกัดหรือเสียดสีซ้ำ

แต่หากเกิดการบาดเจ็บบริเวณเดิมอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดการอักเสบ แผลเรื้อรัง หรือเนื้อเยื่อหนาตัวได้

หากมีแผลในช่องปากที่ไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ หรือพบก้อน ปื้นสีขาวหรือแดงผิดปกติ หรือมีเลือดออกโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรพบทันตแพทย์เพื่อตรวจประเมิน ไม่ควรสรุปว่าเป็นเพียงแผลจากการกัดแก้ม เพราะอาจมีสาเหตุอื่นที่จำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติม

วิธีกัดแก้มน้อยลงและดูแลแผลเบื้องต้น

หากเผลอกัดกระพุ้งแก้มจนเจ็บ สามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ดังนี้

  1. เคี้ยวอาหารช้าลง: หลีกเลี่ยงการรีบรับประทานอาหารหรือพูดขณะเคี้ยว

  2. หลีกเลี่ยงอาหารระคายเคือง: เช่น อาหารเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด หรือแข็งกรอบ หากมีแผลในช่องปาก

  3. บ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่น: ช่วยทำความสะอาดช่องปากและบรรเทาการระคายเคือง

  4. รักษาความสะอาดช่องปาก: ใช้แปรงสีฟันขนนุ่มและแปรงอย่างระมัดระวังบริเวณที่มีแผล

  5. ตรวจตำแหน่งฟันและการสบฟัน: หากกัดแก้มซ้ำบ่อย ควรพบทันตแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ

ไม่ควรพยายามกรอฟันหรือปรับครอบฟันด้วยตนเอง เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อฟันและการสบฟัน

กัดแก้มบ่อยต้องจัดฟันหรือไม่?

ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะแนวทางแก้ไขขึ้นอยู่กับสาเหตุของแต่ละบุคคล

หากเกิดจากพฤติกรรมการเคี้ยวอาหาร อาจเริ่มจากการปรับพฤติกรรม แต่หากพบว่าเกี่ยวข้องกับตำแหน่งฟันหรือการสบฟันผิดปกติ ทันตแพทย์อาจพิจารณาวิธีรักษาที่เหมาะสม เช่น

  • การปรับแก้ครอบฟันหรือวัสดุบูรณะที่มีปัญหา

  • การจัดฟันเพื่อแก้ไขตำแหน่งฟันหรือการสบฟันในกรณีที่มีข้อบ่งชี้

  • การดูแลพฤติกรรมกัดกระพุ้งแก้มซ้ำโดยไม่รู้ตัว

ทั้งนี้ การจัดฟันไม่ใช่วิธีรักษาที่จำเป็นสำหรับผู้ที่กัดแก้มทุกคน

ตรวจประเมินปัญหาการสบฟันกับ TDH Dental

การกัดกระพุ้งแก้มบ่อยครั้งอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากเกิดซ้ำและทำให้มีแผลเรื้อรัง ควรตรวจหาสาเหตุเพื่อป้องกันการบาดเจ็บเพิ่มเติม

ที่ TDH Dental สามารถเข้ารับคำปรึกษากับทีมทันตแพทย์มากประสบการณ์ เพื่อประเมินการเรียงตัวของฟัน การสบฟัน และสุขภาพเนื้อเยื่อในช่องปาก พร้อมวางแผนการดูแลหรือพิจารณาทางเลือกในการจัดฟันตามความเหมาะสม

เพราะการสบฟันที่เหมาะสม ไม่เพียงช่วยเรื่องการบดเคี้ยว แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพช่องปากในระยะยาว