การจัดฟันแบบโลหะ
การจัดฟันแบบโลหะ เป็นวิธีจัดฟันยอดนิยมช่วยแก้ไขปัญหาฟันเก ฟันซ้อน ฟันห่าง และการสบฟันผิดปกติได้อย่างตรงจุด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ชัดเจนในราคาคุ้มค่า โดยทันตแพทย์จะวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลเพื่อให้ได้รอยยิ้มที่สวยงามและสุขภาพช่องปากที่ดีในระยะยาว
ภาพก่อน-หลัง จัดฟันแบบโลหะ
การจัดฟันแบบโลหะ คืออะไร
- การจัดฟันแบบโลหะเป็นการจัดฟันโดยใช้ Bracket และลวด ยึดอยู่ที่ฟัน โดยออกแรงดึงอย่างต่อเนื่อง โดยต้องเข้ามาพบทันตแพทย์เพื่อปรับเครื่องมือตามแผนที่ทันตแพทย์วางไว้
- ปัจจุบันได้มีการพัฒนาขนาดของวัสดุที่ใช้ให้มีขนาดเล็กลง มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและให้ความรู้สึกสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้น
- แก้ปัญหาฟันได้ในทุกรูปแบบในราคาที่ย่อมเยากว่าแบบอื่นๆ
- การจัดฟันแบบโลหะมีการใส่ยางจัดฟันที่มีสีสันให้เลือกตามที่ต้องการ
ปัญหาฟันแบบต่างๆ ที่แก้ไขด้วยการจัดฟันแบบโลหะ
1. ฟันห่าง
สาเหตุเกิดจาก : การเจริญเติบโตผิดปกติอย่างต่อเนื่องของกระดูกขากรรไกร และความแตกต่างของขนาดฟัน เมื่อมีฟันหายไปอาจก่อให้เกิดการเคลื่อนที่ของฟันซี่อื่นที่อยู่ข้างเคียงสู่ช่องว่างที่ฟันหาย
ปัญหาที่ตามมา : เกิดช่องว่างระหว่างฟัน อาจนำไปสู่ปัญหาเรื่องโรคเหงือก (เนื่องจากไม่มีฟันป้องกัน) เกิดร่องลึกปริทันต์ และมีความเสี่ยงของโรคปริทันต์เพิ่มขึ้น บางครั้งอาจมีปัญหาเรื่องการสบกัดและเคี้ยวอาหารได้ไม่ดี โดยปัญหาฟันห่างสามารถแก้ไขได้ด้วยการจัดฟัน
2. ฟันซ้อนเก (Overly Crowded Teeth)
สาเหตุเกิดจาก : เกิดเนื่องจากไม่มีเนื้อที่เพียงพอในขากรรไกรที่จะทำให้ฟันเรียงตัวได้อย่างพอดีแบบปกติ อาจเพราะขากรรไกรเล็กไป ฟันมีการเคลื่อนมารวมกัน จนกระทั่งไม่มีพื้นที่เพียงพอให้เคลื่อนยกเว้นขึ้นหรือลง
ปัญหาที่ตามมา : เมื่อถูกทิ้งไว้ไม่ได้รับการรักษา การเกิดฟันซ้อนเกจะรุนแรงยิ่งขึ้นตามเวลา ซึ่งการซ้อนเกของฟันจะส่งผลทำให้มีการสะสมของคราบจุลินทรีย์ ฟันผุ และเพิ่มโอกาสการเป็นโรคเหงือกอักเสบตามมา การรักษาฟันซ้อนเกมักต้องถอนฟันร่วมกับการจัดฟัน เพื่อให้ฟันอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง
3. ฟันสบคร่อม (Crossbite)
สาเหตุเกิดจาก : เกิดขึ้นเมื่อขากรรไกรบนและล่างไม่อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ทำให้ฟันบนหนึ่งซี่หรือมากกว่ากัดสบอยู่ด้านในของฟันล่าง โดยเกิดขึ้นได้ทั้งด้านหน้าและด้านข้างของช่องปาก
ปัญหาที่ตามมา : ทำให้เกิดฟันสึกและยื่นอย่างผิดปกติ ปัญหาด้านการบดเคี้ยวรวมถึงปัญหาโรคเหงือกและปริทันต์
4. ฟันล่างเยื้องคร่อมฟันบน (Underbite)
สาเหตุเกิดจาก : เกิดขึ้นเมื่อฟันล่างยื่นออกมามากกว่าฟันหน้าบน มักเกิดจากการเติบโตของขากรรไกรบนน้อย การเติบโตของขากรรไกรล่างมาก หรือทั้งสองอย่างรวมกัน นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการขาดหายไปของฟันบนซึ่งมีผลต่อการทำหน้าที่ของฟัน หน้าบนและฟันกราม
ปัญหาที่ตามมา : ทำให้เกิดการสึกของฟันตามมาก่อให้เกิดปัญหาและอาการปวดข้อต่อกระดูกขากรรไกร
5. ฟันยื่นคร่อมฟันล่าง (Overbite)
สาเหตุเกิดจาก : เกิดขึ้นเมื่อฟันบนกัดคร่อมลงบนฟันล่าง โดยมีระยะที่เห็นได้ชัดเจนระหว่างปลายฟันบนและล่าง ขณะสบเต็มที่
ปัญหาที่ตามมา : ซึ่งลักษณะการสบฟันแบบนี้อาจทำอันตรายต่อเหงือกที่อยู่ด้านในได้ นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดลักษณะปากผิดรูป ริมฝีปากดันไปข้างหน้า บางครั้งพบว่าไม่สามารถปิดริมฝีปากให้ได้สมบูรณ์กรณีที่การสบลึกรุนแรง ในบางรายอาจมีการสูญเสียกระดูกเบ้าฟันทำให้รู้สึกไม่สบาย อาจมีฟันหน้าสึกอย่างมาก สาเหตุของฟันสบลึกเป็นได้ทั้งจากพันธุกรรม นิสัยที่ผิดปกติในการใช้ฟันและอวัยวะในช่องปากหรือการพัฒนาที่มากเกินของกระดูกรอบๆ ฟัน ส่งผลต่อโรคเหงือกและการบิ่นหรือแตกของฟันหน้า
6. ฟันสบเปิด (Openbite)
สาเหตุเกิดจาก : เป็นลักษณะการสบฟันที่ฟันหน้าล่างและบนไม่สัมผัสกัน
ปัญหาที่ตามมา : เมื่อมีการกัดฟันลงมาส่งผลให้ฟันหลังต้องรับแรงมากกว่าปกติจากการกัดและการบดเคี้ยว
7. ปัญหาเกี่ยวกับโครงสร้างทางใบหน้า
สาเหตุเกิดจาก : ผู้ที่มีปัญหาจากโครงสร้างกะโหลกศีรษะ ส่งผลต่อความสูงของใบหน้าที่ผิดปกติ เช่น หน้ายาว หน้าสั้น ฟันบนยื่น ริมฝีปากมีแรงมากกว่าปกติ เป็นต้น
ปัญหาที่ตามมา : จำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุดตั้งแต่ตรวจเจอปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงชุดฟันผสมระยะต้น (Early mixed dentition) ซึ่งจะรักษาด้วยการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดขากรรไกร ทำให้สามารถปรับปรุงลักษณะใบหน้าดังกล่าวได้

English