Pradit-sub04

รากฟันเทียมคืออะไร

รากฟันเทียม คือ ไทเทเนียมสกรู ที่ได้รับการออกแบบพิเศษมีรูปร่างคล้ายรากฟัน ใช้เพื่อยึดกับกระดูกขากรรไกรในตำแหน่งที่ฟันธรรมชาติถูกถอนออกไป ซึ่งรากเทียมนี้สามารถยึดได้กับครอบฟัน สะพานฟัน หรือฟันปลอมชนิดถอดได้เป็นอย่างดี สำหรับการทดแทนฟันที่หายไปด้วยการใส่รากเทียมนั้นให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงฟันธรรมชาติที่สุด ทั้งความรู้สึกจากการใช้งาน และรูปลักษณ์ภายนอก จึงเป็นการรักษาที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในปัจจุบัน

ส่วนประกอบของฟันเทียม

  1. รากเทียม (Fixture) ทำมาจากโลหะไทเทเนียม มีลักษณะคล้ายรากฟันฝังอยู่ในกระดูกขากรรไกร ซึ่งยึดติดได้อย่างแนบแน่น โดยไม่ทำให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื้อและเกิดผลข้างเคียงใดๆ
  1. เดือยรองรับครอบฟัน (Abutment) เป็นชิ้นส่วนที่ใช้ยึดกับรากเทียมหลังจากรากเทียมยืดติดกับกระดูกขากรรไกรได้ดีแล้ว เพื่อใช้เป็นที่รองรับครอบฟันต่อไป
  1. ครอบฟัน (Crown) เป็นส่วนที่อยู่ด้านบนของเหงือก ทำมาจากเซรามิกมีรูปร่างลักษณะและสีเหมือนฟันธรรมชาติ

ข้อดีของการทำรากฟันเทียม

  • สวยงามเหมือนฟันธรรมชาติ
  • ช่วยคงสภาพกระดูกขากรรไกร
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการบดเคี้ยว
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานและการยึดติดของฟันปลอมชนิดถอดได้
  • ใช้ทดแทนการทำสะพานฟันโดยไม่สูญเสียฟันข้างเคียง
  • มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
  • ทำความสะอาดง่าย
  • เพิ่มความมั่นในและบุคลิกภาพ

ขั้นตอนการทำรากฟันเทียม

  1. ตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษา
  2. การฝังรากฟันเทียมลงไปในกระดูก
  3. ต่อเดือยรองรับครอบฟันและพิมพ์ปากเพื่อเตรียมสำหรับการใส่ครอบฟัน
  4. ยึดครอบฟัน

ระยะเวลาในการทำรากฟันเทียม

          รากฟันเทียมใช้ระยะเวลาประมาณ 3-6 เดือนขึ้นไป เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาในการปลูกรากเทียม

อายุการใช้งานของรากฟันเทียม

          รากฟันเทียมมีอายุการใช้งานตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา

รากฟันเทียมที่ TDH เลือกใช้

 

 

การดูแลรักษาการทำรากฟันเทียม

  • ควรแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
  • ควรทำตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • ระวังอย่าให้แผลติดเชื้อ อย่ากลั้วปากแรง
  • งดสูบบุหรี่และดื่มน้ำทางหลอด เพราะแรงดูดมีผลต่อแผล (ภายใน 24 ชั่วโมง)
  • พบทันตแพทย์ตามที่นัดหมายและทุกๆ 6 เดือน

คำถามที่พบบ่อย

Q : รากฟันเทียมเจ็บไหม?
A : การทำรากฟันเทียมไม่เจ็บเท่าที่หลายๆ คนคิด เนื่องจากการทำรากฟันเทียมทันตแพทย์จะมีการฉีดยาชาก่อน เพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด และเมื่อทำรากฟันเทียมเสร็จอาจมีอาการปวด บวม สามารถรับประทานยาบรรเทาอาการปวดตามที่ทันตแพทย์สั่งได้
Q : ผู้ที่ไม่ควรทำรากฟันเทียม?
  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ แนะนำให้ทำการรักษาภายหลังจากคลอดบุตรแล้ว เนื่องจากอาจส่งผลกกระทบต่อทารก
  • ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เนื่องจากกระดูกขากรรไกรยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคมะเร็งที่มีการฉายรังสีบริเวณใบหน้า
  • ผู้ที่มีปัญหาช่องปาก เช่น โรคเหงือก แนะนำให้ทำการรักษาให้หายก่อน
Q : เตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับการทำรากฟันเทียม?
  • ปรึกษาทันตแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาอย่างละเอียด
  • แจ้งข้อมูลตามความเป็นจริงกับทันตแพทย์ เช่น โรคประจำตัว ยาที่รับประทานอยู่
  • ดูแลสุขภาพช่องปากให้ดีก่อนเข้ารับการรักษา