Periodontics-sub02

โรคปริทันต์ เป็นการติดเชื้อแบบทำลาย ทั้งเหงือก กระดูกที่ห่อหุ้มรากฟันและเส้นเอ็นปริทันต์ เป็นสาเหตุสำคัญของการสูญเสียฟัน

 

 

สาเหตุของโรคปริทันต์

  • คราบจุลินทรีย์ที่เกาะติดอยู่บนฟันหรือรากฟัน
  • ปัญหาทางการแพทย์ เช่น เบาหวาน โรคเลือด หรือโรคทางพันธุกรรม
  • การสูบบุหรี่ เป็นปัจจัยร่วมที่ทำให้เกิดโรคปริทันต์และโรคในช่องปากอื่นๆ

 

อาการของโรคปริทันต์

  • มีเลือดออกขณะแปรงฟัน
  • เหงือกบวม และอาจมีหนอง
  • ฟันโยก
  • ฟันยื่นยาว หรือแยกกันเกิดเป็นช่องว่างระหว่างฟัน

 

ขั้นตอนการรักษาโรคปริทันต์

    1. การดูแลด้วยตนเอง โดยการทำความสะอาดที่ถูกต้องตามปกติที่บ้านด้วยตัวเอง โดยทำตามคำแนะนำของทันตแพทย์
    2. การรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญ การรักษาอาจทำโดยวิธีใดวิธีหนึ่งหรือหลายๆ วิธีดังต่อไปนี้
    • การขูดหินปูนและเกลารากฟัน เป็นส่วนสำคัญในการรักษาอาจใช้เวลาในการมาพบทันตแพทย์หลายครั้งเพื่อรักษาจนเสร็จสมบูรณ์
    • การรักษาโดยการใช้ยาปฏิชีวนะ ทันตแพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยาปฏิชีวนะเฉพาะที่หรือการรับประทานเพื่อช่วยในการควบคุมการติดเชื้อแบคทีเรีย อาจจะร่วมกับน้ำยาบ้วนปากฆ่าเชื้อ

 

ระยะเวลาในการรักษาโรคปริทันต์

          การรักษาโรคปริทันต์ ต้องใช้ระยะเวลาที่ค่อนข้างยาวนาน และขึ้นอยู่กับวิธีการดูแลรักษาของแต่ละบุคคลด้วย

 

อายุการใช้งานในการรักษาโรคปริทันต์

          หากเป็นโรคปริทันต์แล้วควรจะดูแลรักษาสุขภาพฟันและเหงือกไปตลอด เพื่อป้องกันให้ไม่กลับมาเป็นโรคปริทันต์อีก

 

การดูแลรักษาหลังรักษาโรคปริทันต์

  • ทำความสะอาดฟันด้วยการแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง อย่างถูกวิธีตามคำแนะนำของทันตแพทย์
  • ใช้ไหมขัดฟัน และน้ำยาบ้วนปากเป็นประจำ
  • ทำการขูดหินปูนและขัดฟันทุกๆ 3-6 เดือน หรือตามที่ทันตแพทย์นัดหมาย

 

คำถามที่พบบ่อย

 

Q : รักษาโรคปริทันต์เจ็บไหม?
A : การรักษาโรคปริทันต์อาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้เกิดอาการเจ็บปวด เนื่องจากโรคปริทันต์ทำให้ฟันถูกทำลายไปจนถึงโพรงประสาทฟัน ซึ่งทำให้เกิดอาการเจ็บปวดขึ้นได้

 

Q : ทำไมคนเป็นเบาหวานถึงเสี่ยงโรคปริทันต์กว่าคนปกติ?
 A : เนื่องจากผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานจะมีภูมิคุ้มกันต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียน้อยกว่าคนทั่วไปจึงมีความเสี่ยงมากกว่า หากมีการเป็นโรคปริทันต์จะมีอาการรุนแรงมากกว่าคนปกติ ซึ่งผู้ป่วยต้องทำการควบคุมระดับน้ำตาลเพื่อช่วยลดอาการดังกล่าว