การเคลือบฟลูออไรด์ เป็นการเคลือบสารฟลูออไรด์ไปที่ผิวฟันช่วยทำให้โครงสร้างของฟันแข็งแรงทนทานต่อกรดของแบคทีเรียในช่องปากมากขึ้น ซึ่งจะช่วยชะลอการผุในฟันที่ผุระยะเริ่มแรกและลดโอกาสการเกิดรอยผุใหม่

 

ขั้นตอนการเคลือบฟลูออไรด์

  • ทันตแพทย์ทำความสะอาดผิวฟัน
  • เตรียมฟันให้แห้ง โดยการเป่าลมให้แห้งเพื่อให้คราบเดิมของฟลูออไรด์เจลคงที่
  • นำฟลูออไรด์เจลใส่ลงในถาดฟลูออไรด์ (fluoride tray)
  • ใส่ถาดฟลูออไรด์ (fluoride tray) ทั้งด้านบนและล่าง ให้สัมผัสกับฟันได้ทั่วถึง ประมาณ 4-5 นาที
  • นำถาดฟลูออไรด์ (fluoride tray) ออก และทำการดูดเจลที่เหลือออกให้มากที่สุด

 

ระยะเวลาการเคลือบฟลูออไรด์

ใช้ระยะเวลาในการเคลือบฟลูออไรด์ประมาณ 10 นาที ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือของเด็กและผู้ปกครองด้วย

 

อายุการใช้งานการเคลือบฟลูออไรด์

โดยปกติเด็กควรได้รับการเคลือบฟลูออไรด์อย่างน้อย 2 ครั้ง/ปี ส่วนเด็กที่มีความเสี่ยงหรือมีปัญหาฟันผุควรจะเคลือบฟลูออไรด์มากกว่าปีละ 2 ครั้ง

 

การดูแลรักษาหลังการเคลือบฟลูออไรด์

  • หลังเคลือบฟลูออไรด์ควรงดน้ำและอาหาร 30 นาที
  • ดูแลรักษาความสะอาดของฟัน เช่น การแปรงฟัน การใช้ไหมขัดฟัน หรือการบ้วนปาก
  • พบทันตแพทย์ทุกๆ 6 เดือน เพื่อทำการตรวจสภาพช่องปากและฟัน

 

คำถามที่พบบ่อย

 

Q : ยาสีฟันแบบฟลูออไรด์ใช้แทนการเคลือบฟันได้ไหม?
A : ยาสีฟันที่ใช้ในเด็กจะมีปริมาณฟลูออไรด์ในสัดส่วนที่ต่ำกว่าผู้ใหญ่ เพื่อป้องกันอันตรายจากการได้รับฟลูออไรด์ที่มากเกินไปหากเด็กเผลอกลืนยาสีฟัน ดังนั้นจึงควรเข้ารับการรักษาเคลือบฟลูออไรด์ร่วมด้วยเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของฟัน

 

Q : ข้อควรระวังในการเคลือบฟลูออไรด์?
  • การเป็นพิษแบบเฉียบพลัน เกิดจากการได้รับฟลูออไรด์ในปริมาณสูงในครั้งเดียว กล่าวคือจะต้องกลืนฟลูออไรด์ชนิดเคลือบไปเกือบทั้งหมด อาจมีอาการตั้งแต่การคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง การรักษาแบบฉุกเฉิน ได้แก่ การดื่มนมมากๆ เพื่อชะลออาการ
  • การเป็นพิษแบบเรื้อรัง ในที่นี้หมายถึง ทำให้ฟันมีลักษณะตกกระ แต่ในปัจจุบันยังไม่มีรายงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าการเคลือบฟลูออไรด์มีความสัมพันธ์หรือเป็นสาเหตุที่ทำให้ฟันตกกระ
We use cookies in order to give you the best possible experience on our website. By continuing to use this site, you agree to our use of cookies.
Accept
Reject
Privacy Policy