การจัดฟันแบบโลหะ เป็นการจัดฟันที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยปัจจุบันได้มีการพัฒนาขนาดของวัสดุที่ใช้ให้มีขนาดเล็กลง มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและให้ความรู้สึกสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้น โดยมีข้อดีคือสามารถใช้ในการจัดฟันได้ในทุกรูปแบบในราคาที่ย่อมเยากว่าแบบอื่นๆ รวมไปถึงสีสันของยางที่มีให้เลือกใช้ได้หลากหลายอีกด้วย

ปัญหาฟันที่เหมาะกับการจัดฟันแบบโลหะ

  • ฟันห่าง
สาเหตุเกิดจาก : การเจริญเติบโตผิดปกติอย่างต่อเนื่องของกระดูกขากรรไกร และความแตกต่างของขนาดฟัน เมื่อมีฟันหายไปอาจก่อให้เกิดการเคลื่อนที่ของฟันซี่อื่นที่อยู่ข้างเคียงสู่ช่องว่างที่ฟันหาย
ปัญหาที่ตามมา : เกิดช่องว่างระหว่างฟัน อาจนำไปสู่ปัญหาเรื่องโรคเหงือก (เนื่องจากไม่มีฟันป้องกัน) เกิดร่องลึกปริทันต์ และมีความเสี่ยงของโรคปริทันต์เพิ่มขึ้น บางครั้งอาจมีปัญหาเรื่องการสบกัดและเคี้ยวอาหารได้ไม่ดี โดยปัญหาฟันห่างสามารถแก้ไขได้ด้วยการจัดฟัน
  • ฟันซ้อนเก (Overly Crowded Teeth)
สาเหตุเกิดจาก : เกิดเนื่องจากไม่มีเนื้อที่เพียงพอในขากรรไกรที่จะทำให้ฟันเรียงตัวได้อย่างพอดีแบบปกติ อาจเพราะขากรรไกรเล็กไป ฟันมีการเคลื่อนมารวมกัน จนกระทั่งไม่มีพื้นที่เพียงพอให้เคลื่อนยกเว้นขึ้นหรือลง
ปัญหาที่ตามมา : เมื่อถูกทิ้งไว้ไม่ได้รับการรักษา การเกิดฟันซ้อนเกจะรุนแรงยิ่งขึ้นตามเวลา ซึ่งการซ้อนเกของฟันจะส่งผลทำให้มีการสะสมของคราบจุลินทรีย์ ฟันผุ และเพิ่มโอกาสการเป็นโรคเหงือกอักเสบตามมา การรักษาฟันซ้อนเกมักต้องถอนฟันร่วมกับการจัดฟัน เพื่อให้ฟันอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง
  • ฟันสบคร่อม (Crossbite)
สาเหตุเกิดจาก : เกิดขึ้นเมื่อขากรรไกรบนและล่างไม่อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ทำให้ฟันบนหนึ่งซี่หรือมากกว่ากัดสบอยู่ด้านในของฟันล่าง โดยเกิดขึ้นได้ทั้งด้านหน้าและด้านข้างของช่องปาก
ปัญหาที่ตามมา : ทำให้เกิดฟันสึกและยื่นอย่างผิดปกติ ปัญหาด้านการบดเคี้ยวรวมถึงปัญหาโรคเหงือกและปริทันต์
  • ฟันล่างเยื้องคร่อมฟันบน (Underbite)
สาเหตุเกิดจาก : เกิดขึ้นเมื่อฟันล่างยื่นออกมามากกว่าฟันหน้าบน มักเกิดจากการเติบโตของขากรรไกรบนน้อย การเติบโตของขากรรไกรล่างมาก หรือทั้งสองอย่างรวมกัน นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการขาดหายไปของฟันบนซึ่งมีผลต่อการทำหน้าที่ของฟัน หน้าบนและฟันกราม
ปัญหาที่ตามมา : ทำให้เกิดการสึกของฟันตามมาก่อให้เกิดปัญหาและอาการปวดข้อต่อกระดูกขากรรไกร
  • ฟันยื่นคร่อมฟันล่าง (Overbite)
สาเหตุเกิดจาก : เกิดขึ้นเมื่อฟันบนกัดคร่อมลงบนฟันล่าง โดยมีระยะที่เห็นได้ชัดเจนระหว่างปลายฟันบนและล่าง ขณะสบเต็มที่
ปัญหาที่ตามมา : ซึ่งลักษณะการสบฟันแบบนี้อาจทำอันตรายต่อเหงือกที่อยู่ด้านในได้ นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดลักษณะปากผิดรูป ริมฝีปากดันไปข้างหน้า บางครั้งพบว่าไม่สามารถปิดริมฝีปากให้ได้สมบูรณ์กรณีที่การสบลึกรุนแรง ในบางรายอาจมีการสูญเสียกระดูกเบ้าฟันทำให้รู้สึกไม่สบาย อาจมีฟันหน้าสึกอย่างมาก สาเหตุของฟันสบลึกเป็นได้ทั้งจากพันธุกรรม นิสัยที่ผิดปกติในการใช้ฟันและอวัยวะในช่องปากหรือการพัฒนาที่มากเกินของกระดูกรอบๆ ฟัน ส่งผลต่อโรคเหงือกและการบิ่นหรือแตกของฟันหน้า
  • ฟันยื่นคร่อมฟันล่าง (Overbite)
สาเหตุเกิดจาก : เกิดขึ้นเมื่อฟันบนกัดคร่อมลงบนฟันล่าง โดยมีระยะที่เห็นได้ชัดเจนระหว่างปลายฟันบนและล่าง ขณะสบเต็มที่
ปัญหาที่ตามมา : ซึ่งลักษณะการสบฟันแบบนี้อาจทำอันตรายต่อเหงือกที่อยู่ด้านในได้ นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดลักษณะปากผิดรูป ริมฝีปากดันไปข้างหน้า บางครั้งพบว่าไม่สามารถปิดริมฝีปากให้ได้สมบูรณ์กรณีที่การสบลึกรุนแรง ในบางรายอาจมีการสูญเสียกระดูกเบ้าฟันทำให้รู้สึกไม่สบาย อาจมีฟันหน้าสึกอย่างมาก สาเหตุของฟันสบลึกเป็นได้ทั้งจากพันธุกรรม นิสัยที่ผิดปกติในการใช้ฟันและอวัยวะในช่องปากหรือการพัฒนาที่มากเกินของกระดูกรอบๆ ฟัน ส่งผลต่อโรคเหงือกและการบิ่นหรือแตกของฟันหน้า
  • ฟันสบเปิด (Openbite)
สาเหตุเกิดจาก : เป็นลักษณะการสบฟันที่ฟันหน้าล่างและบนไม่สัมผัสกัน
ปัญหาที่ตามมา : เมื่อมีการกัดฟันลงมาส่งผลให้ฟันหลังต้องรับแรงมากกว่าปกติจากการกัดและการบดเคี้ยว
  • ปัญหาเกี่ยวกับโครงสร้างทางใบหน้า
สาเหตุเกิดจาก : ผู้ที่มีปัญหาจากโครงสร้างกะโหลกศีรษะ ส่งผลต่อความสูงของใบหน้าที่ผิดปกติ เช่น หน้ายาว หน้าสั้น ฟันบนยื่น ริมฝีปากมีแรงมากกว่าปกติ เป็นต้น
ปัญหาที่ตามมา : จำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุดตั้งแต่ตรวจเจอปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงชุดฟันผสมระยะต้น (Early mixed dentition) ซึ่งจะรักษาด้วยการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดขากรรไกร ทำให้สามารถปรับปรุงลักษณะใบหน้าดังกล่าวได้

 

ขั้นตอนการรักษา

1. ทันตแพทย์ตรวจวิเคราะห์ปัญหาฟัน ช่องปาก ความสมดุลของใบหน้า และขากรรไกรว่าสามารถจัดฟันแบบโลหะได้หรือไม่
2. ทำการ X-ray ฟัน พิมพ์ฟัน เพื่อให้ทันตแพทย์ตรวจดูถึงความผิดปกติของกระดูกและฟันได้ชัดเจนถูกต้อง รวมถึงดูการยื่นของฟันบนและฟันล่างด้วย
3. ทันตแพทย์วางแผนในการรักษาและจัดฟันให้กับคนไข้ ซึ่งเป็นขั้นตอนการเคลียร์ช่องปาก บางคนอาจจะต้องถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน ขึ้นอยู่สภาพฟันของแต่ละบุคคล
4. ทันตแพทย์จะติดเครื่องมือจัดฟันให้คนไข้ และนัดมาปรับเครื่องมือเดือนละ 1 ครั้ง
5. เมื่อจัดฟันเสร็จแล้ว คนไข้ต้องมีการใส่เครื่องมือคงสภาพฟันหรือรีเทนเนอร์ตามคำแนะนำของทันตแพทย์

 

คำถามที่พบบ่อย

 

Q : ทำไมต้องพบทันตแพทย์ทุกเดือน?
A : การจัดฟันแบบโลหะ เป็นการจัดฟันที่ต้องมีการปรับเครื่องมือทุกๆ เดือน ซึ่งทันตแพทย์จะดูความเปลี่ยนแปลงของตำแหน่งฟัน พร้อมทั้งวางแผนการรักษาขั้นต่อไป มีการเปลี่ยนยางจัดฟัน (O-ring) มีการเปลี่ยนลวด เปลี่ยนตำแหน่งเครื่องมือ ใส่เครื่องมือเพิ่มเติม และอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดต้องใช้การคิดวิเคราะห์และประสบการณ์ของทันตแพทย์

 

Q : จัดฟันแบบโลหะเจ็บไหม?
A : แน่นอนว่าการจัดฟันแบบโลหะเมื่อมีการติดหรือปรับเครื่องมือใหม่อาจทำให้มีอาการเจ็บ ซึ่งมีอาการเจ็บมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับคนไข้แต่ละบุคคล อาการนี้จะหายภายใน 3-5 วัน แนะนำให้รับประทานอาหารอ่อนๆ หรือหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีลักษณะแข็ง เหนียวหรือเคี้ยวยากจนเกินไป

 

Q : เหล็กจัดฟันทิ่มกระพุ้งแก้มทำอย่างไรดี?
A : เหล็กจัดฟันทิ่มกระพุ้งแก้ม หรือมีการระคายเคืองบริเวณช่องปาก แนะนำให้ใช้ขี้ผึ้งในการลดอาการดังกล่าว โดยการปั้นเป็นก้อนเล็กๆ แล้วแปะทับไปที่ลวดหรือเครื่องมือที่แหลมคม แต่ถ้าปลายลวดยื่นออกมามาก หรือปลายลวดหลุดออกมาจากเหล็กจัดฟัน ให้ไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการรักษาทันที

 

Q : การจัดฟันแบบโลหะทำให้พูดไม่ชัดหรือน้ำลายหกเพราะอะไร?
A : สาเหตุที่ทำให้ผู้ที่จัดฟันแบบโลหะพูดไม่ชัด น้ำลายหก เกิดจากการที่คนไข้ยังไม่ชินกับอุปกรณ์จัดฟันทำให้ขัดขวางการออกเสียง หรือปิดปากได้ไม่สนิท ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อยๆ หายไป หลังจากที่ร่างกายปรับตัวได้ จะใช้เวลามากหรือน้อยนั้นอยู่กับการปรับตัวของแต่ละบุคคล

 

Q : หลังจัดฟันเสร็จฟันจะคงสภาพตลอดชีวิตหรือไม่?
A : หลังจากการจัดฟันเสร็จต้องใส่เครื่องมือคงสภาพฟัน หรือที่เรียกว่า รีเทนเนอร์ (Retainer) เพื่อคงสภาพฟัน เพราะหลังจากจัดฟันแล้ว ฟันจะมีแนวโน้มเคลื่อนกลับไปสู่ตำแหน่งเดิมก่อนการจัดฟัน เพื่อปรับสภาพการเรียงตัวของฟันใหม่ที่เกิดขึ้นหลังจัดฟันเสร็จ ระยะเวลาในการใส่รีเทนเนอร์ของแต่คนละคนอาจจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทันตแพทย์
We use cookies in order to give you the best possible experience on our website. By continuing to use this site, you agree to our use of cookies.
Accept
Reject
Privacy Policy